ภายหลังจากที่พระพุทธองค์ทรงแก้ข้อกล่าวหาทั้ง ๘ ประการของเวรัญชพราหมณ์แล้ว พระองค์ทรงยก "อุปมาเรื่องลูกไก่" เพื่อไขข้อข้องใจของพราหมณ์ให้กระจ่างชัดในเรื่องวัยวุฒิและการยอมรับนับถือ โดยทรงตรัสถามพราหมณ์ว่า:
- "เปรียบเหมือนฟองไข่ ๘ ฟอง ๑๐ ฟอง หรือ ๑๒ ฟอง ที่แม่ไก่กกและฟักอย่างดีแล้ว บรรดาลูกไก่เหล่านั้น ตัวที่สามารถใช้ปลายเล็บเท้าหรือจะงอยปากเจาะกะลาฟองไข่ออกมาได้โดยสวัสดีก่อนตัวอื่น ควรเรียกว่ากระไร จะเรียกว่าพี่หรือน้อง?"
เวรัญชพราหมณ์จึงทูลตอบทันทีว่า "ควรเรียกว่าพี่ เพราะมันเกิดก่อน"
นัยสำคัญทางธรรมของอุปมา
พระพุทธองค์ทรงนำคำตอบนั้นมาเปรียบเทียบกับสภาวะของสัตว์โลกทั้งหลาย ดังนี้:
- กระเปาะฟองไข่ เปรียบเสมือน "อวิชชา" หรือความมืดบอดที่ไม่รู้แจ้ง ซึ่งห่อหุ้มสัตว์โลกทั้งหลายไว้ให้อยวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ
- ลูกไก่ที่เจาะเปลือกไข่ออกมาก่อน เปรียบเสมือน "พระพุทธเจ้า" ทรงเป็นผู้แรกในโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ที่ทรงใช้ปัญญาเจาะทำลายกระเปาะแห่งอวิชชา ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณได้สำเร็จก่อนใคร
- ความเป็น "พี่ใหญ่": ในเมื่อพระองค์ทรงเป็นผู้ทำลายอวิชชาออกมาได้เป็นองค์แรก พระองค์จึงทรงเป็นผู้เจริญที่สุด ประเสริฐที่สุด และแก่พรรษาที่สุดในทางธรรม (เปรียบเสมือนพี่ใหญ่ของสัตว์โลกทั้งปวง)
บทสรุปแห่งอุปมา
การยกอุปมาเรื่องลูกไก่นี้ พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า "วัยวุฒิที่แท้จริง" มิได้วัดกันที่จำนวนปีหรืออายุทางร่างกายอันเป็นเพียงสมมติทางโลก แต่วัดกันที่ "ปัญญาและการหลุดพ้นจากอวิชชา"
เมื่อพระองค์ทรงเป็นผู้เจริญที่สุดในโลกโดยธรรมแล้ว จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะต้องไปกราบไหว้ หรือลุกรับผู้ที่ยังคงถูกอวิชชาห่อหุ้มอยู่ แม้ผู้นั้นจะมีอายุทางโลกมากกว่าก็ตาม การตรัสอุปมานี้ทำให้อรรถาธิบายของพระองค์มีความสมบูรณ์ และทำให้เวรัญชพราหมณ์ยอมรับในความยิ่งใหญ่ของพระองค์อย่างหมดหัวใจ